การพัฒนาสังคมในยุคปัจจุบันควรเป็นในทางทิศใดบ้าง

ในสังคมของเรามีนักพัฒนาสังคมเกิดขึ้นมากมาย แต่ดูเหมือนยังไม่เพียงพอกับความเจริญเติบโตของสังคม รัฐบาลต้องตั้งกระทรวงการพัฒนามนุษย์และสังคมขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมชาติ ขณะนี้ การพัฒนาสังคมกระทำกันในทุกระดับในขอบข่ายทั่วประเทศ ทั้งองค์กรเอกชนและรัฐบาล ปัจจุบันการพัฒนาสังคมสามารถทำให้สังคมดีขึ้นมากน้อยเพียงใด ยังไม่มีอะไรมาชี้วัดที่ชัดเจนแต่จากปรากฏการณ์ในหมู่บ้านทั่วประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ คือคนในหมู่บ้านมีจำนวนลดลงทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะคนรุ่นใหม่เมื่อแต่งงานมักย้ายออกจากหมู่บ้าน หรือบางคนก่อนแต่งงานออกไปทำงานในโรงงานซึ่งห่างไกลจากบ้านเกิดของตน การพัฒนาสังคมทำให้คนต้องทิ้งถิ่นฐานของตน ทิ้งหมู่บ้านอันเป็นบ้านเกิดของตน ยิ่งพัฒนามากเท่าใดคนยิ่งทอดทิ้งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ปัญหาอย่างนี้ผู้บริหารทั้งหลายทราบดีแต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเมื่อทราบแล้วได้บริหารจัดการในการแก้ปัญหาหรือไม่ เมื่อแก้ไขแล้วเกิดผลลัพธ์เป็นอย่างไร

เมื่ออดีตชาวบ้านได้ทำนาบ้าง หากินในทะเลบ้าง แต่ปัจจุบันการทำนาเริ่มหายไปเมื่อมีการทำนากุ้งเกิดขึ้น นากุ้งก็ล่มสลาย กลายเป็นนากุ้งร้าง มีการชักชวนให้ชาวบ้านปลูกปาล์มแต่เป็นไปได้เฉพาะผู้มีทุนและที่ดิน ในการดูแลรักษา ส่วนผู้ไม่มีทุนไม่มีที่ดินกลายเป็นชนชั้นที่ถูกทอดทิ้งเหมือนเดิม

การพัฒนาสังคมสามารถกระทำได้ทั้งแยกส่วนและแบบบูรณาการ แม้บางท่านจะแย้งว่าการพัฒนาแบบแยกส่วนไม่ดีไม่เหมาะสมเพราะไม่ครอบคลุมทุกภาคส่วน แต่การพัฒนาสังคมควรพัฒนาแบบคู่ขนานคือควรพัฒนาไปพร้อม ๆ กันทั้งสองแบบ จะโยนทิ้งแบบใดแบบหนึ่งไม่เป็นการสมควร นั่นคือ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ณ ที่ใดหรือส่วนใดของสังคม ผู้มีหน้าที่ต้องดูแลแก้ไขไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดปัญหากับส่วนรวมจำเป็นต้องมีองค์กรเข้าไปรับผิดชอบแก้ไขคลี่คลายปัญหานั้น ๆ การพัฒนาแยกส่วนสามารถพัฒนาได้เร็วกว่าแต่ต้องพยายามพัฒนาให้เชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่น ๆ ส่วนการพัฒนาแบบองค์รวมทำได้ช้าแต่เมื่อสำเร็จผลจะทำให้เห็นภาพการพัฒนาเป็นภาพใหญ่ของสังคม ทุกภาคส่วนถูกพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

กระบวนการการพัฒนาสังคม

xin_4001061703507342634035554

การพัฒนาสังคม หรือ การทำาให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่พึงปรารถนานั้น หากสังคมจะพัฒนาคนทั้งสังคมความปรารถนาคือสิ่งสำาคัญที่สุด แต่ตามปกติแล้วความปรารถนาของคนตรงกันได้ยาก และความปรารถนาของบุคคลบางคนหรือบางกลุ่มหากมีอำานาจหรือความสามารถที่จะทำให้ความปรารถนา นั้นสัมฤทธิ์ผลได้ คือความปรารถนาที่มีความสำาคัญที่สุดถึงแม้ว่าผู้อื่นจะปรารถนาเป็นอย่างอื่นก็ตาม การพัฒนาสังคมเป็นการทำให้ความขัดแย้งที่อาจมีอยู่ในระบบความสัมพันธ์ของบุคคลในสังคมลดน้อยลงจนหมดไป หรือเป็นการทำาให้ระบบความสัมพันธ์นั้นราบรื่นมีความกลมกลืนกันมากกว่าที่เป็นอยู่เดิม

ก่อนที่ประเทศจะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงทางด้านวัตถุให้ก้าวหน้าได้อย่างแท้จริงนั้นจะต้องมีการพัฒนาสังคม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจิตใจและแบบแผนพฤติกรรมตลอดจนความสัมพันธ์ของมนุษย์ในสังคม ปัญหาทางด้านสังคมในประเทศด้อยพัฒนาที่เป็นอุปสรรคขัดขวางทางเศรษฐกิจมีหลายประการ เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณีและสถาบันทีล้าสมัย ระดับการศึกษาของประชาชนที่ยังต่ำอยู่ การขาดความรู้ความชำานาญทางเทคนิคเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ตลอดจนชีวิตทางเศรษฐกิจที่ผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับระบบครอบครัวเผ่าพันธุ์วงศ์ตระกูลหรือกลุ่ม และชุมชนของตนมากเกินไป เป็นต้น

ในการพัฒนาสังคมจะมีปัญหาสังคมในเมืองและสังคมชนบทซึ่งรัฐจะต้องแก้ไขให้มีสภาพที่ดีกว่าเดิม ปัญหาสังคมในเมืองมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกว่าชนบท เนื่องจากความหนาแน่นของประชากรและการผังเมืองที่ไม่ถูกต้องก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้แก่ ปัญหาการจราจร ปัญหา การคมนาคม ปัญหาที่อยู่อาศัย ปัญหาอาชีพ ปัญหาการครองชีพ ปัญหาการศึกษา ปัญหาอาญากรรม ส่วนปัญหาสังคมในชนบทนั้นที่เป็นอุปสรรคต่อความเจริญของประเทศและจำาเป็นต้องแก้ไขโดยรีบด่วนมีอยู่ 5 ประการ คือ ปัญหาทางด้านการเมืองและการปกครอง ปัญหาด้านการศึกษา ปัญหาด้านอนามัย ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และปัญหาในด้านอื่นๆ เกี่ยวกับสังคม ซึ่งจะต้องนำเอาพัฒนาสังคมมาใช้แก้ปัญหาในชนบทดังกล่าวโดยมีจุดมุ่งไปสู่ตัวประชาชนเพื่อพัฒนาตัวบุคคลโดยวิธีส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไปสู่ชนบท และเข้าร่วมสัมพันธ์คลุกคลีใกล้ชิดกับประชระชาชน โดยต้องการที่จะสร้างทัศนะหรือแนวนำทางที่ถูกต้องให้ประชาชนยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการปรับปรุงวิถีชีวิตของตนเองและของชุมชนให้ก้าวหน้า

พร้อมแล้วหรือยังกับการไปเรียนต่อต่างประเทศ

1400293888_2febd62ff6b5812f3d5dc5c101f727bd

หากจะเริ่มต้นในการตั้งคำถาม คงถามได้เพียงว่า ภาษาอังกฤษพร้อมหรือยังสำหรับคุณในการไปเรียนต่อต่างประเทศ คงเป็นเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะในบางมหาวิทยาลัยหากคะแนนสอบ TOEFL/IELTS ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะกำหนดให้นักเรียนเข้าเรียนปรับพื้นฐานด้านภาษาก่อนการเข้าเรียนในหลักสูตร อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่หากมหาวิทยาลัยไหนไม่มีระบบนี้ บอกเลยว่าต้องสู้การมาเรียนคาบแรก มึนไปเลยจร้าาาาา การเตรียมภาษาอังกฤษเพื่อสอบ TOEFL/IELTS จะช่วยเราได้ในเรื่องของการเขียนได้มากที่สุด ส่วนการฟังได้เพียงระดับหนึงเท่านั้น เพราะจริงๆแล้วลักษณะการพูดจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน เสียงโทนสูง ต่ำ มาจากรัฐไหน ประเทศไหน สำเนียงก็ต่างกันไปอีก ต้องฝึกฟังจากของจริง เช่น การดูหนังฝรั่ง ช่วยได้เยอะมาก สำหรับเรื่องการพูด บอกเลยต้องใช้เวลา เพราะการขยับลิ้นและปากเพื่อออกเสียงภาษาไทย แตกต่างจากการออกเสียงภาษาอังกฤษ ทำให้เราออกเสียงได้ไม่ชัดเจน ฝรั่งฟังไม่รู้เรื่อง อยู่ๆไปก็ดีขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็จะย้อนกลับไปคำถามแรกว่าพร้อมที่จะมาใช้ชีวิตในต่างประเทศหรือเปล่าพร้อมจะสู้ไหม ถ้าพร้อมแล้วเรื่องฝึกพูดแค่นี้ เบาๆมากๆ เพราะ เมื่อมาเรียนต่อต่างประเทศอาจจะต้องเรียนรู้อะไรที่มากกว่านี้

การไปเรียนต่อต่างประเทศจึงถือเป็นการเรียนรู้ขั้นพิ้นฐานอีกอย่างนึงเลยถ้าหากเราต้องการประสบการณ์และการเรียนรู้ที่มากกว่าภายในห้องเรียนหรือภายในประเทศ ถ้ามีโอกาสก็ไม่อาจจะพลาดไปได้เลยถ้าได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ